ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน ป๋วย อึ๊งภากรณ์


ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน “ป๋วย อึ๊งภากรณ์” (PCLC)

การก่อตั้ง PCLC
        ในการประชุมคณะกรรมการประจำปี ครั้งที่ 3/2542  ได้มีมติให้ปรับเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงานของศูนย์ฝึกอบรม มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทย ฯ ที่จังหวัดชัยนาท  เป็นศูนย์การเรียนรู้ชุมชน  เพื่อใช้ทรัพยากรด้านอาคารสถานที่และอุปกรณ์ที่สะสมมาตลอดระยะเวลาเกือบสี่สิบปี ให้เป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ของชุมชนและประชาชนได้อย่างคุ้มค่า
        ศูนย์ฝึกอบรมแห่งนี้เคยเป็นเวที  เป็นแหล่งรวมพลังและแลกเปลี่ยนความรู้  ความสามารถ  และประสบการณ์ ระหว่างนักพัฒนาทั้งภาครัฐและเอกชน  แกนนำชุมชน  ชาวบ้านทั่วไปทั้งคนเมืองและคนชนบท  โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือพัฒนาชุมชนและสังคมให้น่าอยู่  บนพื้นฐานของความเอื้ออาทรแบบสังคมไทย  เป็นสถานที่สืบสานเจตนารมณ์และอุดมการณ์ของอาจารย์ป๋วย อย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลาร่วมสามสิบปี  ถึงแม้ว่าจะมีช่วงเว้นวรรคสืบเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองระยะหนึ่งก็ตาม
        การปรับเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงานของมูลนิธิฯ จึงเป็นเพียงการปรับเปลี่ยนวิธีการให้สอดคล้องกับภาวะของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว  อย่างที่กล่าวกันว่าการพัฒนาไม่เคยหยุดนิ่ง  แต่หลักการ อุดมการณ์ เป็นสัจจธรรม ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

        ยังไม่ทันที่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนจะเปิดตัว  อาจารย์ป๋วย ก็ถึงแก่อนิจกรรมในเดือนกรกฎาคม        ปี 2542  ยังความอาลัยให้กับญาติสนิท มิตรสหาย ลูกศิษย์ ลูกหายิ่งนัก เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความเคารพรัก และศรัทธา คณะกรรมการมูลนิธิฯ จึงได้มีมติ ให้ตั้งชื่อศูนย์การเรียนรู้ชุมชนแห่งนี้ว่า
ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน ป๋วย อึ๊งภากรณ์ Puey Community Learning Centre (PCLC)
ซึ่งนิยมเรียกกันสั้นๆ ง่ายๆ ว่า ศูนย์ฯ ป๋วย หรือ Puey Centre


        ไม่ว่าด้วยญานวิถีใด ขอให้อาจารย์ป๋วย ได้ทราบว่า เราขออนุญาตใช้ชื่ออาจารย์ เป็นชื่อ ศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้ ประโยชน์ใดที่เกิดขึ้นแก่ ชุมชนแก่ประชาชนที่เข้ามาใช้สถานที่แห่งนี้เพื่อการศึกษา เพื่อการเรียนรู้ เพื่อการอาชีพ ขอได้แปรเป็นผลบุญกุศล อุทิศแด่อาจารย์ป๋วยแกนนำผู้ก่อตั้งทั้งแนวคิดและสถานที่
พิธีเปิดอย่างเป็นทางการมีขึ้นเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2544  โดยคุณไพบูลย์  วัฒนศิริธรรม  ประธานคณะกรรมการอำนวยการในสมัยนั้นและ คุณศิริวรรณ เจนการ ผู้อำนวยการ  เป็นผู้ดำเนินการ
        ศูนย์ฯ ป๋วย เปิดตัวครั้งแรกด้วยการจัดเวทีแห่งการเรียนรู้  ชี้แจงเรื่องแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ โดยคุณไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม สมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในขณะนั้น  มีแกนนำชาวบ้านในจังหวัดชัยนาท หลากหลายอาชีพเข้าร่วมเสวนา  ตกบ่ายขบวนกลองยาวของชาวบ้านกล้วยก็นำขบวนแห่พาคุณไพบูลย์ ไปเปิดผ้าคลุมป้ายชื่อหน้าศูนย์ฯ ป๋วย
        คุณศิริวรรณฯ ผู้อำนวยการ ได้ลงมาดูแลรายละเอียดที่ศูนย์ฯ ป๋วย เพื่อให้สามารถเป็นศูนย์การเรียนรู้อย่างแท้จริง  มิใช่แค่กายภาพ  แต่ต้องทุกส่วนของกิจกรรมรวมทั้งบุคลากรทุกคนต้องสามารถเป็น “บทเรียน” ได้  โดยเริ่มจากภายในองค์กรก่อน  มีการประชุมทำความเข้าใจถึงบทบาทของทุกคน  แต่ละคนมีความสำคัญในหน้าที่ความรับผิดชอบเฉพาะของตน และเชื่อมโยงกัน เพื่อให้ภารกิจส่วนรวมประสบความสำเร็จ   

        ศูนย์ฯ ป๋วย เริ่มเคลื่อนไหวอย่างเป็นทางการโดยพิจารณาจากสิ่งที่เป็นอยู่ และมีอยู่ดังนี้
                1.  สถานที่แห่งนี้ เป็นประวัติศาสตร์สำคัญของการเปลี่ยนแปลงแนวทางการพัฒนาชนบทและสังคมของประเทศไทย อย่างมีหลักการ อุดมการณ์ ที่เป็นสัจธรรม
                2.  สั่งสมประสบการณ์ และองค์ความรู้ด้านการพัฒนาชนบท สัมพันธ์กับกลุ่ม ชุมชน มวลชนต่างๆ ในชนบท ทั้งในจังหวัดชัยนาทและจังหวัดใกล้เคียง มานานกว่า 30 ปี
                3.  เป็นต้นแบบของงานปฏิบัติการพัฒนาชนบทแบบบูรณาการ แห่งแรกในประเทศไทย
                4.  มีผลงานทั้งด้านการวิจัย และการวิจัยเชิงปฏิบัติการ สะสมไว้อย่างต่อเนื่อง ทั้งที่เป็นรูปธรรม และเชิงวิชาการ
                5.  เป็นแหล่งกำเนิดของนักพัฒนาที่มีชื่อเสียงหลายท่าน  และบางท่านยังคงทำงานพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
                6.  มีศูนย์ฝึกอบรมแบบครบวงจร ทั้งห้องประชุม หอพัก อาหาร  บนพื้นที่ราว 33 ไร่ ที่สามารถเป็นแหล่งหาทุนหล่อเลี้ยงการทำงานแบบพึ่งตนเองได้


กิจกรรม PCLC

        จากทุนทางกายภาพและทุนทางสังคมดังระบุข้างต้น  เราจึงเริ่มการเป็นศูนย์การเรียนรู้ชุมชนอย่างง่ายๆ  โดยวิธีการดังนี้
        1. จัดทำห้องอ่านหนังสือ   โดยรวบรวมหนังสือและเอกสารต่างๆ ที่มีอยู่  นำมาจัดเก็บในที่เดียวกัน  ส่วนหนึ่งเป็นหนังสือที่ได้รับบริจาคซึ่งมีหลากหลายประเภท  ตั้งแต่เรื่องของธนาคารแห่งประเทศไทย ไปจนถึง นวนิยาย  นิตยสารรายปักษ์  หนังสือการ์ตูน ฯลฯ  อีกส่วนหนึ่งเป็นเอกสารการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา ทั้งที่ดำเนินการในนามของสถาบันการจัดการเพื่อชนบทและสังคม (RASMI) และร่วมกับองค์กรอื่นๆ ทำให้เห็นวิวัฒนาการของงานผลักดันนโยบายของมูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทฯ หลายเรื่องราว ในระยะช่วง 20 ปีหลัง  ตั้งแต่เรื่องขององค์กรการเงินชุมชน   เรื่องของการพัฒนาชุมชนเมือง  ไปจนถึง กรณีศึกษาการรวมกลุ่มของชุมชนเมือง  และในชนบท  
เมื่อมีการโยกย้ายสำนักงานจากกรุงเทพฯ ไปรวมอยู่ที่ศูนย์ฝึกอบรมชัยนาท ในปี 2547 ปรากฏว่ามีหนังสือและเอกสาร ทั้งภาษาไทย และอังกฤษ  หลากหลายหัวข้อที่เกี่ยวเนื่องกับงานพัฒนา  มีผลงานวิจัย บทความ สารคดี มากมายหลายร้อยชุด ที่สำนักงานกรุงเทพ เพียงพอที่จะตั้งเป็นห้องสมุดเล็กๆ ได้  บางเล่มยังใช้ได้  บางเล่มชำรุดเสียหาย  ต้องคัดเลือกเอาเฉพาะที่เป็นประโยชน์จริงๆ เพื่อประหยัดเนื้อที่
        2. สร้างฐานข้อมูล  เนื่องจากมูลนิธิฯ ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน  จากการเน้นงาน
ปฏิบัติการในพื้นที่ มาเป็นการกระจายงานสู่ด้านอื่นๆ  ได้แก่ งานวิจัย  งานฝึกอบรม  และงานค่ายเยาวชน  จึงจำเป็นต้องมีฐานข้อมูล  โดยรวบรวมองค์ความรู้และประสบการณ์งานพัฒนาต่างๆ ให้เป็นหมวดหมู่   อาทิ  เศรษฐกิจพอเพียง ประชาธิปไตย การสร้างเครือข่าย ฯลฯ
        3. งานฝึกอบรม-ให้คำปรึกษา เช่น เรื่องกระบวนการการมีส่วนร่วม และการบริหารจัดการ เป็น
ต้น
        4. งานค่ายเยาวชน เพื่อส่งเสริมความเข้มแข็งของเยาวชนด้านคุณธรรมและจริยธรรม 
                 - ค่ายตามรอยอาจารย์ป๋วยฯ โครงการระยะยาวประจำศูนย์การเรียนรู้ โดยยึดหลักการ คนจะสมบูรณ์ได้ด้วยคุณธรรม 3 ประการ คือ ความจริง-ความงาม-ความดี
                - ค่ายเยาวชนสืบสานอาชีพเกษตรกรรม เพื่อปลูกฝัง สร้างทัศนคติ และฝึกปฎิบัติด้านเกษตรอินทรีย์เป็นอาชีพ 
                - ค่ายเยาวชนอาสาเพื่อพัฒนาประชาธิปไตย  ส่งเสริมการเรียนรู้วิถีชีวิตแบบประชาธิปไตย เพื่อนำสู่ความโปร่งใสทางการบริหารจัดการ และการเมือง
                - จัดงานวันสำคัญ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มเป้าหมาย เช่น งานวันเด็ก  งานวันผู้สูงอายุ  เป็นต้น
        5.  การส่งเสริมงานด้านบริการสถานที่สัมมนา-ที่พัก-อาหาร ให้มีเอกลักษณ์  เพื่อการเรียนเรื่อง
              - ความพอเพียง
              - รักษ์สิ่งแวดล้อม
              - การบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพและปลอดจากสารเคมี
        6.  ศูนย์ถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีหลายสาขา
              - เผยแพร่แนวคิดและส่งเสริมแนวทางปฏิบัติเศรษฐกิจพอเพียง
              - แปลงสาธิตการทำเกษตรอินทรีย์ ประกอบด้วย แปลงผักระยะสั้น ตามฤดูกาล และแปลงผักระยะยาว  เพื่อส่งผลผลิตเป็นอาหารเข้าโรงครัว  และจำหน่ายถ้ามีมากเกินความต้องการ  การทำปุ๋ยอินทรีย์ ทั้งปุ๋ยคอก ปุ๋ยน้ำ และเทคโนโลยีที่ประกอบการเกษตรที่เหมาะสม  ได้แก่ระบบกระจายน้ำฝอยยูเล็ม  เตาเผาถ่านน้ำส้มควันไม้  จักรยานปั่นน้ำ   เครื่องกรองน้ำแบบประหยัด และ แปลงส้มโอขาวแตงกวา  ส้มโอลือชื่อของชัยนาทกว่า100 ต้น  ในปัจจุบันเป็นสถานที่ศึกษาดูงานสำหรับเกษตรกรต่างพื้นที่   
                  - พันธุ์ไม้นานาชนิด  สะสมพันธ์ไม้หลากหลาย  ตามใจผู้ปลูกกว่า 200 ชนิด อาทิ ปีบ สุพรรณิการ์ กรรณิการ์ ตะลิงปลิง ย่านนาง  ยางนา  ทองหลาง  ทองกวาว  กาหลง  ฯลฯ
                  - เรือนสมุนไพร  รวบรวม สมุนไพรได้กว่า 40 ชนิด
                  - บ้านดิน  บ้านอยู่อาศัยแนวทางสมานฉันท์และการพึ่งตนเอง
                  - การฝึกอบรมวิชาชีพเพื่อการเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย เช่น ทำน้ำยาล้างจาน  สบู่น้ำยาซักผ้า น้ำยาทำความสะอาด แบ่งกันใช้ในชุมชน  เป็นต้น
                  - ในปี 2549 สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด ได้เลือกศูนย์ฯ ป๋วย เป็นพื้นที่ต้นแบบสาธิตการทำเกษตรตามแนวพระราชดำริ อำเภอเมือง ซึ่งจังหวัดชัยนาทได้จัดให้มีขึ้นอำเภอละ 1 แห่ง รวม 8 แห่ง
                  - ปฏิบัติการ สร้างและสานเครือข่ายเชื่อมโยงกลุ่มต่างๆ ทั้งในและต่างพื้นที่
                  - ศูนย์ฯ ป๋วย ได้รับเป็นศูนย์เรียนรู้เครือข่ายพันธมิตร NTU ในโครงการอบรมทางไกลผ่านดาวเทียม  ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2549 เป็นต้นไป
                  - ประสานการดูงานในพื้นที่ ของสถาบันการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ
         7.  งานพัฒนาชุมชนในพื้นที่
                  - การรณรงค์จิตสำนึกอาสาสมัคร ผ่านการถ่ายทอดภูมิปัญญาให้กลุ่มเยาวชน
                  - การสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ส่งเสริมเยาวชนให้เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น
                  - การพัฒนาจิตสำนึกเยาวชน  ด้านคุณธรรม ความจริง ความงาม และความดี  ด้านจริยธรรม ประชาธิปไตย และความเข้มแข็ง
                  - การสนับสนุนความเข้มแข็งของชุมชน  บ้านท่าระบาด ในการก่อตั้งโรงเรียนในชุมชน โดยชุมชน เพื่อชุมชน
                  - สนับสนุนชุมชนบ้านวังน้ำขาว  โดยร่วมกับชุมชนสร้างอนุสรณ์สถานอาจารย์ป๋วยฯ  เป็นแหล่งท่องเที่ยวประจำจังหวัดเพื่อส่งเสริมรายได้ภาคประชาชน
                  - โครงการเยาวชน  “เด็กแนว...เศรษฐกิจพอเพียง” ต.บ้านกล้วย สนับสนุนกลุ่มเด็กและเยาวชน ต.บ้านกล้วย อ.เมือง จ.ชัยนาท  ให้รวมตัวกันเรียนรู้และปฏิบัติตนตามแนวทางพระราชดำรัส เศรษฐกิจพอเพียง  และทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเองและสังคมรอบตัว


นับจากเปิดศูนย์ฯ ป๋วย มาแล้ว 5 ปี มีกิจกรรมการเรียนรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ทั้งชาวชัยนาท และจังหวัดอื่นๆ ที่ผ่านมาและผ่านไป ได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง ได้แลกเปลี่ยนเรียนรุ้ซึ่งกันและกัน อย่างสันติและเอื้ออาทรประมาณปีละ 8,000 คน 
        ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปอีกนานแค่ไหน  ไม่ว่าสังคมจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร  แม้การพัฒนาจะเป็นพลวัฒน์  ตราบเท่าที่สังคมยังมีปัญหา  ศูนย์ฯ ป๋วย ก็จะยังคงตั้งปณิธานสืบสานเจตนารมย์ของอาจารย์ ป๋วยฯ จากรุ่นสู่รุ่นต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
ศรีสกุล  บุญยศักดิ์

แก้ไขล่าสุด (วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน 2009 เวลา 12:16 น.)