ธ.ก.ส. กับ บชท.
ธ.ก.ส. กับ บชท.
เอ็นนู ชื่อสุวรรณ
รองผู้จัดการ ธ.ก.ส.
รองประธานกรรมการบริหารและกรรมการอำนวยการ บชท.
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้เข้ามามีส่วนร่วมกับมูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทย (บชท.) ตั้งแต่ก่อตั้งไม่นานนัก คุณจำลอง โต๊ะทอง ผู้จัดการ ธ.ก.ส.ในสมัยนั้นเล่าให้ผมฟังว่าได้เป็นกรรมการของ บชท. เมื่อปี พ.ศ. 2523 เนื่องจากท่านเคยเป็นข้าราชการสภาพัฒน์ฯ ในสมัยที่ อาจารย์ป๋วย เป็นกรรมการของสภาพัฒน์ และมีความเคารพนับถืออาจารย์ป๋วย เป็นส่วนตัว เมื่ออาจารย์ป๋วย ได้ก่อตั้งมูลนิธิบูรณะชนบทฯ จึงสนใจที่จะมาร่วมงานด้วย แต่ได้เข้าร่วมเป็นกรรมการเพียงช่วงระยะเวลาสั้น เนื่องจากภารกิจงาน ธ.ก.ส.กำลังอยู่ระหว่างปรับปรุงเพื่อขยายงานให้เติบโต ทำให้จำเป็นต้องลาออกจากการเป็นกรรมการมูลนิธิฯ
จนกระทั่งในปี พ.ศ.2543 ผมได้รับเกียรติมาร่วมเป็นกรรมการอำนวยการของมูลนิธิฯ เนื่องจากมีความศรัทธาต่อแนวคิดแนวปฏิบัติของท่านอาจารย์ป๋วย และเคารพนับถืออาจารย์ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ซึ่งเป็นประธานกรรมการมูลนิธิฯ ในช่วงเวลาดังกล่าว รวมทั้งสนใจในกิจกรรมของมูลนิธิฯ ซึ่งเน้นการพัฒนาชนบทด้วยวิธีการสร้างความรู้ให้แก่ประชาชน และเป็นแหล่งผลิตนักพัฒนาชนบทจำนวนมากที่มีบทบาท ด้านนี้ในสังคมปัจจุบัน
ธ.ก.ส. ก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2509 ตามพระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เป็นรัฐวิสาหกิจในกระทรวงการคลัง มีบทบาทหน้าที่ในการช่วยเหลือสนับสนุนทางการเงินแก่เกษตรกร สหกรณ์การเกษตร และกลุ่มเกษตรกร โดยมีอาจารย์จำเนียร สาระนาค เป็นผู้จัดการ ธ.ก.ส. ท่านแรก (ปีพ.ศ. 2509 – 2518) ซึ่งเป็นผู้วางรากฐานอุดมการณ์การทำงานด้านสินเชื่อเกษตรให้แก่พนักงาน ธ.ก.ส. ทุกคน เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ขยันหมั่นเพียร อดทน และใฝ่หาความรู้ ตลอดจนอุทิศตนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ยากไร้อย่างจริงจังและต่อเนื่อง จวบจนปัจจุบัน (ปี 2549) ธ.ก.ส. ก็มีอายุครบ 40 ปี เช่นเดียวกับมูลนิธิบูรณะชนบทฯ จึงเป็นองค์กรที่เกิดขึ้นในเวลาใกล้เคียงกัน และเป็นองค์กรที่มีผู้ก่อตั้งเป็นบุคคลดีเด่นเช่นเดียวกัน นอกจากนั้น ช่วงปี 2517-2519 ท่านอาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เคยเป็นประธานกรรมการบริหาร ธ.ก.ส. และท่านก็กล่าวถึง ธ.ก.ส.ไว้ดังนี้
“ดีใจที่ได้มาดูแล ธ.ก.ส. เพราะครั้งหนึ่งเคยไปดูแล ธปท. และได้พัฒนาการเงิน การคลัง พัฒนาพนักงานจนเป็นชั้นนำ แต่เมื่อเปรียบเทียบระหว่าง ธ.ก.ส. กับ ธปท. ธปท. เป็นการปฏิบัติงานในระดับมหภาค สำหรับ ธ.ก.ส. ก็มีความสำคัญระดับชาติเช่นเดียวกัน แต่เป็นการปฏิบัติงานในระดับจุลภาค เพราะเป็นการส่งเสริมเพื่อกระจายทุน กระจายรายได้ ในอันที่จะยกฐานะความเป็นอยู่ของเกษตร ซึ่งถือว่าเป็นคนจน ให้มีฐานะดีขึ้น ต้องเข้าถึงประชาชน ความยิ่งใหญ่ของสองแบงค์มีทัดเทียม ผมจะพยายามนำ ธ.ก.ส.ไปสู่ทิศทางที่ทัดเทียมกับ ธปท. ในแง่รายได้และการพัฒนาพนักงาน รวมทั้งสวัสดิการที่ดีด้วย”
เมื่อผมได้อ่านข้อความข้างต้น จึงมีความซาบซึ้งในแนวคิดของท่านอาจารย์ป๋วย และคิดว่าน่าจะมีโอกาสมีส่วนร่วมในมูลนิธิที่อาจารย์ป๋วย ได้ก่อตั้ง เพื่อเรียนรู้แนวคิดแนวปฏิบัติของท่านและจะนำไปประยุกต์ใช้ในงาน ธ.ก.ส. ต่อไป เนื่องจาก ธ.ก.ส. กำลังมีแนวคิดจะปรับเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นธนาคารสินเชื่อเกษตรมาเป็นธนาคารพัฒนาชนบทตามภารกิจใหม่ซึ่งจะต้องแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ ธ.ก.ส. จนกระทั่งในปี พ.ศ.2543 จึงได้ร่วมเป็นกรรมการของมูลนิธิฯ ซึ่งเป็นโอกาสที่ผมได้เข้ามาเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับกรรมการท่านอื่นๆ รวมทั้งร่วมในกิจกรรมเชิดชูท่านอาจารย์ป๋วย เช่น การจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ชุมชน ป๋วย อึ๊งภากรณ์ (Puey Center) การก่อตั้งอนุสรณ์สถาน ศาสตราจารย์ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ที่ชุมชนบ้านวังน้ำขาว เป็นต้น และเชิญชวนให้ ธ.ก.ส.ชัยนาท นำเกษตรกรโครงการพักชำระหนี้มาฝึกอบรมที่ศูนย์ฝึกอบรมของมูลนิธิฯ จังหวัดชัยนาท
ในปี พ.ศ.2548 คณะกรรมการมูลนิธิฯ มีมติย้ายสำนักงานมูลนิธิฯ ไปอยู่ที่ศูนย์ฝึกอบรมจังหวัดชัยนาท และยกฐานะศูนย์ฝึกอบรมเป็นศูนย์การเรียนรู้ชุมชนป๋วย ซึ่งทำให้กิจกรรมการเรียนรู้ของชุมชนสามารถขยายผลออกไปกว้างขวางมาก เป็นที่รู้จักและยอมรับจากส่วนราชการและประชาชนในจังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการเกษตรอินทรีย์ที่ อาจารย์ชนวน รัตนวราหะ กรรมการอำนวยการของมูลนิธิฯ และ ที่ปรึกษาด้านเกษตรอินทรีย์ จัดทำขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2547 ได้รับการขยายผลต่อเนื่อง พืชผลในแปลงเกษตรเจริญเติบโตสามารถจำหน่ายจ่ายแจก และบริโภคกันเองในศูนย์ฯ ป๋วย รวมทั้งมีลูกค้าประจำมาซื้อไปบริโภคด้วยความไว้วางใจ พื้นที่ 2 ไร่จึงเป็นศูนย์สาธิตเกษตรอินทรีย์ที่เป็นตัวอย่างของการทำเกษตรตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงอีกด้วย
ผมจึงได้ประสานงานขอใช้งบประมาณจาก ธ.ก.ส. เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีเกษตรมาต่อยอดให้เป็นศูนย์สาธิตเทคโนโลยีเกษตรอินทรีย์ เช่น
- สาธิตอุปกรณ์กระจายน้ำฝอย (ULEM – Ultra Low Energy Mist) ในแปลงพืชสมุนไพรเพื่อทดลองระบบการให้น้ำพืชในแปลงแบบประหยัดน้ำ ซึ่งจัดทำโดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- สาธิตเตาเผาถ่านน้ำส้มควันไม้ เป็นระบบการผลิตพลังงานจากวัสดุเศษไม้อย่างคุ้มค่าโดยเผาเป็นถ่านไม้ไร้ควัน และผลพลอยได้เป็นน้ำส้มควันไม้ (Wood Vinegar) สำหรับใช้กำจัดเชื้อรา และไล่แมลงศัตรูพืชซึ่งจัดทำโดยวิทยากร สจส.
- สาธิตระบบเครื่องกรองน้ำ โดยใช้วัสดุอย่างง่ายเพื่อใช้ผลิตน้ำบริโภคที่สะอาด ซึ่งจัดทำโดยวิทยากร สจส.
นอกจากนั้น ผมก็ยังมีโอกาสทำงานร่วมกับกรรมการท่านอื่นในมูลนิธิฯ เช่น คุณพิพัฒน์ ยอดพฤติการ กรรมการบริหารมูลนิธิจากสถาบันไทยพัฒน์ โดยเสนอให้ ธ.ก.ส. เป็นองค์กรตัวอย่างในงานวิจัยเรื่อง Corporate Social Responsibility (CSR) ซึ่งคุณพิพัฒน์ กำลังดำเนินงานวิจัยเรื่องนี้จากการสนับสนุนของกองทุนส่งเสริมการวิจัย (สกว.)
ผมรู้สึกยินดีที่มูลนิธิฯ มีอายุครบ 40 ปี และมีผลงานเป็นที่ยอมรับของบุคคลทั่วไป รวมทั้งมีบุคคลดีเด่นและทรงคุณวุฒิได้อาสาเข้ามาร่วมงานในฐานะกรรมการอำนวยการและกรรมการบริหาร เป็นจำนวนมาก ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ในฐานะกรรมการมูลนิธิฯ ให้เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน และประสานเชื่อมโยงกิจกรรมของ ธ.ก.ส. กับ บชท. เพื่อเป็นการเสริมพลังให้บังเกิดผลดีต่อชาวบ้านในชนบท ซึ่งเป็นไปตามอุดมการณ์ความตั้งใจของท่าน อาจารย์จำเนียร สาระนาค ผู้ก่อตั้ง ธ.ก.ส. และท่านอาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทยฯ
แก้ไขล่าสุด (วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน 2009 เวลา 12:23 น.)


