มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทยฯ และสำนักบัณฑิตอาสาสมัคร
มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทยฯ และสำนักบัณฑิตอาสาสมัคร
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ศุภรัตน์ รัตนมุขย์
อดีตผู้อำนวยการสำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มธ.
มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทย ฯ นับว่าเป็นองค์กรพี่องค์กรน้องกับสำนักบัณฑิตอาสาสมัคร (สบอ.) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวคือ ทั้ง 2 องค์กรมีอาจารย์ป๋วย อึ้งภากรณ์ เป็นผู้ก่อตั้ง องค์กรทั้งสองนี้มีความคล้ายคลึงกันใน 2 เรื่องคือ มีพื้นที่ปฏิบัติงานอยู่ในเขตชนบทของประเทศไทย และการดำเนินงานเชิงอาสาสมัคร จะแตกต่างกันบ้างก็ตรงรูปแบบขององค์กร กล่าวคือมูลนิธิบูรณะชนบท ฯ เป็นองค์กรภาคประชาสังคม ขณะที่สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร เป็นหน่วยงานราชการที่เทียบเท่าคณะวิชา สังกัดมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มูลนิธิบูรณะชนบท ฯ เน้นที่บุคคลทั่วไป ขณะที่สำนักบัณฑิตอาสาสมัครเน้นที่บัณฑิตที่ใฝ่ฝันจะไปให้บริการและเรียนรู้ในชุมชนชนบท
ตลอดเวลาที่ผ่านมาเราต่างร่วมมือช่วยเหลือซึ่งกันและกันมาโดยตลอด มากบ้างน้อยบ้างตามแต่ละยุคสมัย ข้าพเจ้าจะขอกล่าวถึงการทำงานร่วมกันในยุคสมัยที่ข้าพเจ้าดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักบัณฑิตอาสาสมัคร (พ.ศ. 2542 – 2544) ซึ่งขณะนั้น คุณศิริวรรณ เจนการ เป็นผู้อำนวยการของมูลนิธิบูรณะชนบทฯ เราได้มีความร่วมมือกันหลายๆ เรื่อง เช่น สำนักบัณฑิตอาสาสมัครได้ส่งบัณฑิตอาสาสมัครจำนวนหนึ่งเข้าไปร่วมบริการชุมชนและเรียนรู้ในพื้นที่จังหวัดชัยนาทภายใต้การดูแลของมูลนิธิบูรณะชนบทฯ อีกทั้งนักศึกษาหลักสูตรปริญญาโทสาขาชนบทศึกษาและการพัฒนาของสำนักบัณฑิตอาสาสมัคร ก็ได้มีโอกาสไปศึกษาดูงานที่มูลนิธิบูรณะชนบทฯ ที่จังหวัดชัยนาท
ด้านงานอาสาสมัคร ข้าพเจ้ากับคุณศิริวรรณ เจนการ ได้ทำงานเป็นอนุกรรมการส่งเสริมการจัดงานปีอาสาสมัครสากล (พ.ศ. 2544) และอนุกรรมการส่งเสริมปีอาสาสมัครไทย (พ.ศ. 2545) โดยเราทั้งสองได้ร่วมกับกรรมการท่านอื่น ๆ ในการพยายามปูพื้นฐานงานอาสาสมัครของประเทศ นอกจากนี้เราในฐานะที่เป็นตัวแทนขององค์กรทั้งสองยังได้ร่วมงานกันอีกหลายเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเป็นกรรมการสถาบันป๋วย อึ้งภากรณ์ อันเป็นสถาบันที่ทำงานในการส่งเสริมและพัฒนาความรู้และจริยธรรมในการบริหารและปกครอง สถาบันนี้ตั้งขึ้นเพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติท่านอาจารย์ป๋วย ซึ่งเปรียบเสมือนบิดาของทั้งมูลนิธิบูรณะชนบท ฯ และสำนักบัณฑิตอาสาสมัคร
กาลเวลาแม้จะผ่านล่วงเลยไปถึง 40 ปี ข้าพเจ้าเชื่อว่า องค์กร 2 แห่งนี้จะคงไว้ซึ่งความเป็นพี่น้องร่วมอุดมการณ์จากพ่อผู้ให้กำเนิดเดียวกัน ในการช่วยกันสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาชนบทของประเทศไทย ข้าพเจ้าหวังว่า มูลนิธิบูรณะชนบท ฯ จะยืนหยัดและก้าวไปข้างหน้าพร้อมเป็นองค์กรเก่าแก่ที่เป็นที่พึ่งพิงของบรรดาคนรุ่นใหม่
แก้ไขล่าสุด (วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน 2009 เวลา 12:26 น.)


