บชท. ในวัย 40 ปี ถึงจุดเปลี่ยนผ่านอีกครั้ง


บชท. ในวัย 40 ปี ถึงจุดเปลี่ยนผ่านอีกครั้ง

ศิริชัย  สาครรัตนกุล

แม้จะไม่เป็นที่นิยมในการเปรียบเทียบชีวิตขององค์กรกับชีวิตมนุษย์  แต่ในฐานะที่ผู้เขียนเป็นคนไทยที่รับรู้การเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยอย่างกะตือรือร้นตลอด 40 ปีที่ผ่านมา  ก็อดที่จะเปรียบเทียบชีวิตของ บชท. กับวงจรชีวิตของคนไทยหลายคน โดยเฉพาะพวก ‘นักกิจกรรมเพื่อสังคม’ ไม่ได้    
40 ปี ของ บชท. จะมีส่วนเหมือนกับ หรือส่วนต่างจาก   ชีวิต “เด็กวัยรุ่นเมื่อ 40 ปีก่อน” มากน้อยเพียงใด  “เด็กวัยรุ่น เมื่อ 40 ปีก่อน” แต่ละคนคงต้องวินิจฉัยเอาเอง

40 ปี ของ บชท. น่าจะแบ่งออกได้เป็น 4 ยุค  คือ
(1)  ยุคเฟื่องฟู ซึ่งได้แก่ช่วงแรกๆ ที่อาจารย์ป๋วย ได้ก่อตั้ง บชท. ขึ้น  และวางรากฐานของ บชท. ไว้อย่างมั่นคง  บชท. เป็นแหล่งสร้างนักพัฒนาชนบท ในสไตล์ ‘NGO เย็น’* ขึ้นมากมาย  และหลายคนที่เป็นผลผลิตของ บชท. ในยุคนั้น  ยังคงโลดแล่นในฐานะของผู้นำของขบวนการพัฒนาชนบทไทยในปัจจุบัน ด้วยบารมีของอาจารย์ป๋วย  บชท. ได้รับแรงศรัทธา และความสนับสนุนจากทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นองค์กรต่างประเทศ  องค์กรในประเทศ  ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน  บชท. สามารถระดมสรรพกำลัง ไม่ว่า  จะเป็นกำลังคน  กำลังทรัพย์ (รวมถึง ที่ดิน**)  ในการทำงานพัฒนาชนบทตามอุดมการณ์และแนวคิด     ของ บชท.  ซึ่งได้แก่ “ไม่ใช่ไปสอนชาวบ้าน แต่ไปอยู่กับชาวบ้าน และร่วมคิด ร่วมทำกับชาวบ้าน”

(2)  ยุคจำศีล  เริ่มตั้งแต่ช่วงรัฐบาลหอยเรื่อยมา  ช่วงนั้น อาจารย์ป๋วย ต้อง ‘ลี้ภัย’ ไป ต่างประเทศ   นักพัฒนาทั้งหลายที่ไปคลุกคลีอยู่กับชาวบ้าน  ไม่เว้นแม้แต่นักพัฒนาของ บชท.  ต่างถูกเพ่งเล็งจากทางการว่าเป็นคอมมิวนิสต์  บชท. ในยุคนี้จึงต้องประคองตัวอยู่ด้วยการดำรงสถานภาพของการเป็นมูลนิธิตามกฎหมาย  กิจกรรมต่างๆ  ก็มลายหายไป

(3)  ยุคฟื้นฟู  ยุคนี้เริ่มตั้งแต่คุณไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม  และทีมงานเข้ามาบริหาร บชท.          งานเด่นของ บชท. ในยุคนี้คืองานที่ คุณไพบูลย์  เรียกว่า  ‘เสนอแนะเชิงนโยบาย (policy advocacy)’  ซึ่งเริ่มด้วยการรับจ้างวิจัย ‘สไตล์ไพบูลย์’ และจบลงด้วยการเสนอแนะนโยบายให้ผู้ว่าจ้างรับไปพิจารณา  ซึ่งร้อยทั้งร้อยที่ข้อเสนอของ บชท. ในฐานะผู้วิจัย ได้รับการตอบสนองจากผู้ว่าจ้างด้วยการนำไปปฏิบัติ  ทั้งนี้ด้วย 
 ‘NGO เย็น’ vs ‘NGO ร้อน’ เป็นศัพท์ที่ได้ยินมาว่า อาจารย์หมอประเวศ  วะสี  บัญญัติขึ้นเพื่อเรียกชาว NGO ไทยในยุคปัจจุบัน  ที่อาจแบ่งคร่าวๆ ออกได้เป็นสองลักษณะ  คือพวก‘NGO เย็น’ ได้แก่ พวกที่ก้มหน้าก้มตาทำงาน  พยายามประสานพลังจากทุกฝ่าย  เพื่อประโยชน์ของชาวบ้าน   ไม่นิยมการปะทะหรือการประท้วง  ต่างจากพวก ‘NGO ร้อน’ ที่มักปรากฏเป็นข่าวว่าเป็นผู้นำชาวบ้านจัดม็อบ ประท้วงเรื่องนั้น ประท้วงเรื่องนี้ อยู่เป็นระยะ    ทั้งสองกลุ่มต่างก็มีเป้าหมายในการทำงานอยู่ที่ชาวบ้านเหมือนกัน  แต่มีวิธีการต่างกัน
ปัจจุบัน บชท. เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินหลายแห่ง ในจังหวัดชัยนาท
วิธีการวิจัย ‘สไตล์ไพบูลย์’ นั่นเอง
วิธีวิจัย ‘สไตล์ไพบูลย์’  คือ  “ไม่คิดแทนชาวบ้าน  แต่ไปถามชาวบ้านว่าชาวบ้านต้องการอะไร  แล้วนำมาเรียบเรียง เสนอผู้ดำเนินนโยบาย (ผู้ว่าจ้าง)”   
ผลงานที่โดดเด่นตามแนวนี้  คือการเสนอให้การเคหะแห่งชาติและรัฐบาลจัดตั้ง  ‘กองทุนพัฒนาคนจนเมือง’ และ‘สำนักงานพัฒนาชุมชนเมือง (พชม.)’  ในสังกัดการเคหะแห่งชาติขึ้น  และอีกหลายปีต่อมาก็มีการควบรวม พชม. เข้ากับกองทุนพัฒนาชนบท เป็น  ‘สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.)’  ที่มีขอบเขตการดำเนินงานกับคนจน ทั้งในเมืองและชนบททั่วประเทศ
ผลงานที่โดดเด่น ของ พอช.  ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง  ‘บ้านมั่นคง’ (ที่โด่งดังในระดับประเทศ และเริ่มจะโด่งดังในระดับนานาชาติ)  ‘สวัสดิการชุมชน’ (ที่กำลังก่อหวอดเป็น ‘ไข่’ ที่พร้อมจะฟัก เป็น  ‘ผล’  ที่น่าทึ่ง  ในระดับประเทศ  และเป็นที่เชื่อได้ว่าจะโด่งดังเช่น ‘บ้านมั่นคง’ ในระดับนานาชาติ) ‘แผนแม่บทชุมชน’  (ที่นักพัฒนาชนบท/ชุมชน  ต่างก็หวังว่าจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน  ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาสังคม ทั้งในระดับชุมชน  ระดับเมือง และระดับประเทศ  ตามความเชื่อของพวก‘เรา’)  และผลงานอื่นๆ อีกมากมาย

(4)  ยุคปรับฐาน
 เมื่อ คุณไพบูลย์  มีภารกิจที่ใหญ่ขึ้นในตำแหน่งผู้อำนวยการธนาคารออมสิน  บชท. ก็เปลี่ยน ผอ. จากคุณไพบูลย์  มาเป็น คุณศิริวรรณ  ซึ่งดำรงตำแหน่งรองผอ. ในช่วงที่คุณไพบูลย์  เป็น ผอ.  ประจวบกับดอกเบี้ยไทยช่วงนี้อยู่ในขาลง  ชนิดดิ่งลงอย่างรวดเร็วและอยู่ในระดับต่ำมาตลอด      นอกจากนี้  เงินสนับสนุนจากต่างประเทศก็เหือดแห้งหายไป  เพราะต่างก็มองว่าไทยเจริญแล้ว  ผันเงินช่วยเหลือไปที่อื่นดีกว่า    บชท. จึงต้องปรับตัวขนานใหญ่  ลดรายจ่ายด้วยวิธีการต่างๆ นานา  รวมถึงการให้เช่าอาคารสำนักงานในกรุงเทพฯ  และย้ายฐานกิจกรรมลงพื้นที่ที่ชัยนาทแต่เพียงแห่งเดียว  และที่ชัยนาทนี้มีการจัดตั้ง ‘ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน ป๋วย อึ้งภากรณ์’ ขึ้น
ในช่วงเดียวกันนี้  ภายใต้การนำของ คุณศิริวรรณ    บชท.ได้มีโอกาสต้อนรับลูกศิษย์ของอาจารย์ป๋วย ท่านหนึ่งจากค่ายธรรมศาสตร์  ซึ่งได้แก่ศาสตราจารย์ ดร.อภิชัย  พันธเสน  ที่ได้นำทีม  ซึ่งมีอาจารย์ ดร.ปัทมาวดี  ซูซูกิ  เป็นตัวจักรสำคัญเข้ามาบริหาร  สถาบันการจัดการเพื่อชนบทและสังคม (RASMI)  ที่เกิดขึ้นในยุคของคุณไพบูลย์   นอกจากนี้ยังมีทีมงานลูกศิษย์อาจารย์อภิชัย  อีก 2 ทีม คือ  สถาบันไทยพัฒน์  ภายใต้การนำของ ดร.พิพัฒน์  ยอดพฤติการ  และเครือข่ายอาสาสมัครเยาวชน (Thai Rural Net)  ภายใต้การนำของคุณสุนิตย์  เชรษฐา  เข้ามาร่วมกับ บชท. ด้วย
กิ่งที่ 5 ของ บชท. ที่เป็นกิ่งใหม่ล่าสุดและเป็นกิ่งใหญ่สุดในแง่บุคลากร  จำนวนเงินที่ใช้  ตลอดจน ความยากและสลับซับซ้อนในเชิงการบริหารจัดการ  ได้แก่  โรงเรียนเพื่อชีวิต  (School for Life)  ที่เชียงใหม่ และ ที่พังงา  ที่ได้เข้ามาร่วมกับมูลนิธิฯ  ในช่วงปี 2547-2548
Prof. Dr. Juergen Zimmer จาก Free University Berlin  ซึ่งเป็นสหายสนิทของ อาจารย์ ดร.อภิชัย  เป็นเจ้าของแนวความคิดโรงเรียนเพื่อชีวิตนี้  และเป็นผู้บุกเบิกและพัฒนาแนวความคิดนี้ให้เกิดขึ้นเป็นจริงที่ดอยสะเก็ด  จังหวัดเชียงใหม่  และกำลังจะขยายผลไปที่ นาไน จังหวัดพังงา
พวกเรา ชาว บชท. (ดั้งเดิม)  ตื่นเต้นกับกิจกรรมของโรงเรียนเพื่อชีวิต ที่ได้ช่วย  กำลังช่วย  และจะช่วยให้ชีวิตเด็กที่บริสุทธิ์ ผุดผ่อง แต่ด้อยโอกาส  มีปัญหา และบางกรณีถูกรังแก  ให้มีโอกาสไร้ปัญหา (ระดับหนึ่ง)  ไม่ถูกรังแกอีกต่อไป  พวกเราได้เห็นของจริงแล้วที่ดอยสะเก็ด  และกำลังจะได้เห็นของจริงที่นาไน ในเร็ววันนี้  และอยากจะเห็นของจริงแบบนี้ในทุกที่ทุกมุมของประเทศไทย และทั่วโลก
เราดีใจที่ได้มีโอกาสฝันร่วมกับ  Prof. Zimmer  และทีมงานโรงเรียนเพื่อชีวิต  และนอกจากดีใจที่ได้ฝันแล้ว  เราก็ดีใจที่จะร่วมกันทำให้ฝันเป็นจริงมากที่สุดเท่าที่พวกเราจะทำได้ 

40 ปี ของ บชท.  ถ้านำมาเบียดกันด้วยตัวอักษรไม่กี่ตัว ไม่กี่บรรทัด อาจเป็น 40 ปีที่ตื่นเต้น เร้าใจ  แต่ในความเป็นจริงแล้วมันเป็น 40 ปี เยิ่นเยื้อ ยาวนาน  และเป็น 40 ปี ที่เหนื่อยยาก  สนุกสนาน  ชื่นมื่น มีสุข  มีทุกข์  มีหวัง  สมหวัง  ผิดหวัง  หดหู่  ฮึกเหิม   และจะไม่หยุดอยู่กับที่ ณ ปีที่ 40 นี้  บชท. จะต้องมีชีวิตก้าวต่อไปอย่างที่ทุกท่าน ที่รัก บชท.  ทุกคนจะช่วยกันเติมแต่งตามที่ท่านประสงค์ ดังต่อไปนี้ 

แก้ไขล่าสุด (วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน 2009 เวลา 12:22 น.)