สถาบันการจัดการเพื่อชนบทและสังคม


สถาบันการจัดการเพื่อชนบทและสังคม

(Rural and Social Management Institute, RASMI)

       สถาบันการจัดการเพื่อชนบทและสังคม ก่อตั้งขึ้นภายใต้ร่มของมูลนิธิบูรณะชนบทฯ เมื่อ 17 มิถุนายน 2534  ซึ่งเป็นยุคที่องค์กรพัฒนาเอกชนในประเทศไทยได้ฟื้นตัวหลังจากสถานการณ์ทางการเมืองได้คลี่คลาย  การก่อตั้งองค์กรสอดรับกับการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินงานของมูลนิธิฯ จากการเน้นงานภาคสนามเป็นการผลักดันเชิงนโยบาย    สถาบันฯ ดำเนินงานด้านการวิจัย  ทั้งงานวิจัยเชิงนโยบาย และวิจัยเชิงปฏิบัติการในประเด็นสำคัญเพื่อขับเคลื่อนทางสังคม  โดยให้ความสำคัญกับการที่สามารถนำผลการวิจัยไปประยุกต์ใช้เป็นประโยชน์ได้จริง

RASMI ยุคก่อตั้ง

       ผู้เป็นกำลังสำคัญในการก่อตั้งสถาบันการจัดการเพื่อชนบทและสังคม คือ คุณไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม   “คุณไพบูลย์เป็นผู้ที่มียุทธศาสตร์ล้ำเลิศ ในการสร้างความหมายต่อการก่อเกิดขององค์กร  ท่านเชิญกรรมการที่เป็นผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ที่สำคัญมาร่วมกันผลักดันสถาบันฯ เช่น ดร.กล้า สมตระกูล  จากกรมการศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) ขณะนั้น   ดร.ไพโรจน์ สุขสัมฤทธิ์  จากกระทรวงมหาดไทย  อาจารย์สมชาติ เศรษฐสมภพ จากธรรมศาสตร์  ผู้แทนสมาคมธนาคารไทย ผู้แทนจากธนาคารแห่งประเทศไทย  อดีตผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฯลฯ”    
       สถาบันฯ ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจาก Canada Fund ถึง 9 ทุน ให้กรรมการได้ไปศึกษาดูงานด้านองค์กรพัฒนาเอกชน  10 องค์กรในแคนาดา เป็นเวลา 2 สัปดาห์
       “การทำงานของ RASMI ในระยะแรก  มีคุณไพบูลย์ฯ เป็นสมอง ให้ความคิดคมๆ หาหุ้นส่วนที่เป็นอาจารย์สนใจเรื่องที่จะทำ  ผูกพันกันในระยะแรกของแต่ละโครงการ …  คุณไพบูลย์ ได้รับการยอมรับมากในเรื่องความคิดริเริ่ม  คิดเชิงบวก  สร้างสรรค์  ทำนอง "คิดใหม่-ทำใหม่"   ความจริงท่านใช้คำนี้ก่อนพรรคไทยรักไทยมาตั้งนานแล้ว”
       ต่อมา กรรมการ RASMI  มีพันธะกิจของตัวเองมากขึ้น   บางท่านสนใจลงลึกบางเรื่อง  อย่างเช่น อาจารย์นายแพทย์เมืองทองฯ  มุ่งมั่นทำกิจกรรมเรื่องผู้สูงอายุเป็นเรื่องสำคัญเรื่องเดียว  โดยในระยะแรกร่วมกับ HelpAge   ต่อมาก่อตั้งองค์กรรองรับ ชื่อมูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุ  กรรมการที่เหลือเป็นแกนหลักของ RASMI  คือ คุณไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ซึ่งเป็นผู้อำนวยการ และ คุณศิริวรรณ เจนการ  ผู้ช่วยผู้อำนวยการ “ต่อมาหลายๆ องค์กร เชิญคุณไพบูลย์ เป็นที่ปรึกษาบ้าง คณะทำงานบ้าง และเชิญเป็นกรรมการเลยก็หลายแห่ง  ...โดยสรุป (ความเข้มแข็งของ) RASMI น่าจะขึ้นกับผู้นำองค์กร และ นักวิจัยเป็นสำคัญ ก็คงเหมือนกับโครงการวิจัยโดยทั่วไป ที่ผู้จ้างจะพิจารณานักวิจัยก่อนเป็นหลัก”  
       ผลงานที่สำคัญของ RASMI ในระยะแรกภายใต้การนำของคุณไพบูลย์  ได้แก่ การปรับรูปแบบกองทุนพัฒนาชุมชนเมือง (2534)  (ซึ่งต่อมาพัฒนาเป็น สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน)  การปรับปรุงรูปแบบกองทุนเพื่อการพัฒนาชนบท (2537)  การศึกษาเรื่ององค์กรการเงินของประชาชนฐานราก (2538)


RASMI ยุคปัจจุบัน
       หลังยุคคุณไพบูลย์   กิจกรรมของ RASMI ซบเซาไปบ้าง  แต่กลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง เมื่อมี ศาสตราจารย์ ดร.อภิชัย  พันธเสน เป็นผู้อำนวยการสถาบันคนต่อมา  ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2546 ถึงปัจจุบัน    
       ก่อนเริ่มงานกับ RASMI ศาสตราจารย์อภิชัย ให้ความสนใจและมีผลงานทางวิชาการมากมายเกี่ยวกับพุทธเศรษฐศาสตร์   และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงในเชิงวิชาการ  รวมทั้งการศึกษาเพื่อหาต้นแบบการเป็นเศรษฐกิจพอเพียงทั้งในภาคชนบทและภาคธุรกิจ   ดังนั้น เมื่อท่านเข้ามาเป็นผู้อำนวยการ RASMI ท่านจึงเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันให้ RASMI และมูลนิธิฯ ขับเคลื่อนงานด้านเศรษฐกิจพอเพียงมาตั้งแต่ปี 2546
       RASMI ภายใต้การนำของศาสตราจารย์อภิชัยจนถึงปัจจุบัน มีศาสตราจารย์ ดร.ฉัตรทิพย์  นาถสุภา เป็นที่ปรึกษา  โครงสร้างการดำเนินงานประกอบด้วยกิจกรรมวิจัยและกิจกรรมฝึกอบรม  โดยมีกรรมการมาจากภาควิชาการ    RASMI ยุคนี้จึงเน้นหนักความเป็นวิชาการค่อนข้างมาก  ต่างจากยุคคุณไพบูลย์ที่มีกรรมการที่มาจากหน่วยงานราชการซึ่งเกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนงานสู่นโยบาย

1. งานวิจัยและพัฒนา และงานฝึกอบรม
       ในปัจจุบัน  RASMI เน้นงานวิจัยและพัฒนาเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง  โดยมีโครงการใหญ่ที่ได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) คือโครงการข้บเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง ระยะที่ 1-3 (2547-2551) ซึ่งประกอบด้วยโครงการวิจัย 14 โครงการ  เช่น  โครงการวิจัยและพัฒนาระบบการแลกเปลี่ยนชุมชนเพื่อการพึ่งตนเองระยะที่ 1 (2546) และระยะที่ 2 (2547-50)  โครงการสังเคราะห์องค์ความรู้เกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง (2547)  โครงการศึกษาและจัดทำฐานข้อมูลกลุ่ม / องค์กร / พื้นที่ ที่ใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนินชีวิตระยะที่ 1 และ 2 (2547-50)  และโครงการศึกษาเศรษฐกิจนอกภาคทางการในเขตเมือง (2548)
       นอกจากการวิจัยแล้ว  RASMI ยังจัดการฝึกอบรมในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเพื่อชนบทและสังคม  กลุ่มเป้าหมายของการฝึกอบรม คือ องค์กรหรือกลุ่มชาวบ้านและกลุ่มต่างๆ ในภาคประชาสังคม  รวมทั้งอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงด้านแนวคิดและการปฏิบัติ เช่น การอบรมให้แก่คณาจารย์จาก 12 โรงเรียน ในโครงการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร เขต 1 (2550)

2. ความร่วมมือกับองค์กรภายในประเทศและต่างประเทศ
       นอกจากการดำเนินงานวิจัยและฝึกอบรมโดย RASMI เป็นผู้รับทุนสนับสนุนโดยตรงแล้ว  RASMI ยังได้ดำเนินกิจกรรมร่วมกับสถาบันการศึกษาอื่นๆ โดยมีทีมงาน RASMI เป็นทั้งนักวิจัยร่วมและเป็นฝ่ายจัดการและประสานงาน  ทำให้เกิดการร่วมมือระหว่าง RASMI  และนักวิจัย อาจารย์ในสถาบันการศึกษาต่างๆ  ประกอบกับ เมื่อศาสตราจารย์ ดร. อภิชัย  ได้เกษียณราชการจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ท่านได้ดำรงตำแหน่งคณบดีคณะบริหารศาสตร์  มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี   จึงได้ขยายขอบเขตความร่วมมือของทีมงาน RASMI กับสถาบันการศึกษาในส่วนภูมิภาคย่างใกลัชิดด้วย   สถาบันการศึกษาที่มีคณาจารย์ร่วมงานภายใต้การประสานงานของ RASMI ได้แก่  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  มหาวิทยาลัยนเรศวร  มหาวิทยาลัยบูรพา  มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  และ มหาวิทยาลัยราชภัฏในหลายจังหวัด 
       นอกจากความร่วมมือประสานงานกับองค์กรพันธมิตรในประเทศแล้ว  สถาบันการจัดการเพื่อชนบทและสังคมยังร่วมงานกับองค์กรในต่างประเทศ  ได้แก่   STROHALM  Foundation  เนเธอร์แลนด์ (2548-2549)  และ National University of Timor Leste (2547-2548)  ประเทศติมอร์ เลสเต (ผ่านมูลนิธิสถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม)   นอกจากนี้ ยังมีนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยในหลายประเทศ เช่น อังกฤษ สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น สนใจมาศึกษางานภาคสนามในโครงการต่างๆ ของ RASMI เป็นระยะๆ อีกด้วย

3. การขับเคลื่อนงานสู่นโยบายสาธารณะ
       การขับเคลื่อนผลการศึกษาวิจัยสู่นโยบายสาธารณะ เป็นสิ่งที่สถาบันการจัดการเพื่อชนบทและสังคมเคยประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีในช่วงการทำงานของคุณไพบูลย์  วัฒนศิริธรรม   จนเกิดเป็นองค์กรใหม่ๆ ในประเทศที่ทำงานด้านการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม เช่น สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.)    ในปัจจุบันมูลนิธิฯ  คาดหวังว่าผลงานของ RASMI  จะช่วยสร้างองค์ความรู้และเกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงอย่างเป็นรูปธรรมได้เช่นกัน  ทั้งนี้สถาบันการจัดการเพื่อชนบทและสังคม ภายใต้การนำของศาสตราจารย์ ดร. อภิชัย พันธเสน  ได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานเพื่อขับเคลื่อนเชิงนโยบาย  ได้แก่  สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ   หน่วยงานสนับสนุนงานวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ที่มีผลสู่การขับเคลื่อนนโยบาย ได้แก่   สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย  และสภาวิจัยแห่งชาติ   และได้ทำงานร่วมกับองค์กรพัฒนาเอกชน  เช่น  มูลนิธิสถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม (GSEI) ที่มีเป้าหมายการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงเช่นเดียวกัน เป็นต้น

แก้ไขล่าสุด (วันจันทร์ที่ 09 พฤศจิกายน 2009 เวลา 14:24 น.)