โรงเรียนเพื่อชีวิต


โรงเรียนเพื่อชีวิต (School for Life)

       โรงเรียนเพื่อชีวิตเชียงใหม่ หรือ School for Life Chiang Mai เป็นสถานศึกษาสถานศึกษาสงเคราะห์เอกชน 15 (3) เขตพื้นที่การศึกษา จังหวัดเชียงใหม่ เขต 1 โดยมีมูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นผู้รับใบอนุญาตโรงเรียน และได้แต่งตั้งนายโยธิน สมโนนนท์ กรรมการอำนวยการและกรรมการบริหาร มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการโรงเรียนและเป็นผู้ลงนามแทนผู้รับใบอนุญาต ตั้งอยู่เลขที่ 185/3 หมู่ 4  ตำบลป่าเมี่ยง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ภายในศูนย์พัฒนาโครงการตามพระราชดำริ ห้วยฮ่องไคร้

วิสัยทัศน์
       โรงเรียนเพื่อชีวิตเชียงใหม่ มีนโยบายที่มุ่งมันในการจัดการศึกษาให้กับผู้เรียนตามมาตรฐานการศึกษา  เพื่อให้มีการพัฒนาทางด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์และสังคม รวมทั้งมีทักษะของการเป็นผู้ประกอบการเพื่อความเปลี่ยนแปลงเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์บนพื้นฐานแห่งคุณธรรม 3 ประการ ความจริง ความงาม และความดี

พันธกิจ
       พัฒนาหลักสูตรและระบบการจัดการศึกษาที่มีความสอดคล้องสัมพันธ์กันระหว่างมนุษย์กับสังคมอย่างมีมาตรฐาน  โดยอาศัยหลักของการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง อาศัยการเรียนรู้ตามหลักธรรมชาติ  โดยธรรมชาติและเพื่อธรรมชาติ  เพื่อนำไปสู่การพัฒนาความเป็นเลิศทางวิชาการ และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม  พัฒนาปัญญาและทักษะของการเป็นผู้ประกอบการตามแนวพุทธเศรษฐศาสตร์  ทั้งนี้โดยมีจุดมุ่งหมายของการศึกษา  คือการสร้างปัญญาให้เกิดกับผู้สอนและผู้เรียนเพื่อการพัฒนาเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์บนพื้นฐานของปรัชญา อาจารย์ ดร. ป๋วย อึ้งภากรณ์ “คนจะสมบูรณ์ได้ด้วยคุณธรรม 3 ประการ ความจริง ความงาม และความดี” พร้อมกับมีทักษะและความคิดที่สร้างสรรค์ของการเป็นผู้ประกอบการ


ปรัชญาโรงเรียน
       “Wisdom can never be communicated, it has to be experienced”
       “ปัญญาไม่สามารถถ่ายทอดได้ นอกจากจะต้องเรียนรู้จากประสบการณ์”
เป้าหมายของการจัดการศึกษา
       มุ่งพัฒนาให้เป็นโรงเรียนต้นแบบในการพัฒนาแนวคิดของปรัชญาการจัดการศึกษาที่เน้นการสร้างทักษะของผู้ประกอบการบนพื้นฐานของพุทธเศรษฐศาสตร์โดยใช้กระบวนการเรียนการสอนการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง  การมีรายได้ระหว่างเรียน  การแก้ปัญหาในสถานการณ์จริงและการเรียนรู้ทักษะชีวิตที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันบนพื้นฐานของแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง  รวมทั้งสอดแทรกการเรียนรู้ทางด้านภาษา  มารยาทสังคมและเทคโนโลยี พร้อมทั้งอาศัยแหล่งเรียนรู้ในพื้นที่และผสมผสานกระบวนการการแก้สภาพปัญหาในชุมชน สังคม การใช้ภูมิปัญญาในท้องถิ่นและเทคโนโลยีสมัยใหม่  ทั้งนี้เพื่อมุ่งพัฒนาอิสรภาพทางปัญญาและคุณภาพชีวิตของผู้เรียนและผู้สอน  เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม  การมีความรู้  ความคิด ความสามารถ  ความดีงาม  มีคุณธรรม  มีความรับผิดชอบต่อสังคม  มีการพัฒนาความสามารถในการประกอบอาชีพและพัฒนาชุมชน  รวมทั้งการพัฒนาองค์ความรู้เพื่อการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น


วัตถุประสงค์ของการก่อตั้ง คือ
           1. เพื่อส่งเสริมและจัดการศึกษาในระดับอนุบาล การศึกษาขั้นพื้นฐานโดยไม่แสวงหาผลกำไรให้กับเด็กที่ได้รับผลกระทบการจากคลื่นสึนามิ  เด็กเร่รอน เด็กกำพร้า และเด็กด้อยโอกาสเนื่องมาจากผู้ปกครองยากจนไม่สามารถส่งบุตรหลานให้เข้ารับบริการการศึกษาขั้นพื้นฐานของรัฐได้
           2. เพื่อสร้างโอกาสให้เด็กด้อยโอกาสที่เป็นเด็กกลุ่มเป้าหมาย ได้มีโอกาสแสดงถึงทักษะและความสามารถที่สามารถนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครัวและสังคมได้
           3. เพื่อส่งเสริมและสร้างโอกาสให้เด็กด้อยโอกาสที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย ได้เรียนรู้และมีประสบการณ์อย่างทัดเทียมในสังคม รวมทั้งสามารถนำทักษะ ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้มีอาชีพและสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข
           4. เพื่อสร้างทักษะของการเป็นผู้ประกอบการ วิชาชีพอิสระและทัศนะคติที่ดีในการออกไปประกอบอาชีพอิสระตามความสามารถ  ความถนัด ความสนใจและความรู้พื้นฐาน ทั้งนี้เพื่อขจัดความยากจนไปจากชุมชนและสังคม
           5. เพื่อส่งเสริมให้เด็กด้อยโอกาสที่เป็นเด็กกลุ่มเป้าหมาย ชาวบ้านและชุมชนท้องถิ่น ตระหนักถึงความสำคัญในการเข้ารับการศึกษาและมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
นักเรียนกลุ่มเป้าหมาย
           1. เด็กที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาโรคเอดส์ โดยพ่อแม่หรือผู้ปกครองเสียชีวิตจากการติดเชื้อเอดส์
           2. เด็กเร่ร่อน ไม่มีพ่อแม่หรือผู้ปกครองดูแล หรือพ่อแม่หรือผู้ปกครองไม่สามารถเลี้ยงดูและส่งเสียให้เด็กเข้ารับบริการการศึกษาขั้นพื้นฐานของรัฐได้
           3. เป็นเด็กกำพร้าที่พ่อแม่หรือบุคคลใดคนหนึ่งเสียชีวิตและไม่มีผู้ปกครอง หรือผู้ปกครองหายสาบสูญ หรือผู้ปกครองไม่สามารถเลี้ยงดูหรือไร้สมรรถภาพ
           4. เด็กที่ครอบครัวได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ เช่น จากคลื่นสึนามิ
           5. เด็กชาวเขาที่พ่อแม่หรือผู้ปกครองยากจนไม่สามารถส่งให้เข้ารับบริการการศึกษาขั้นพื้นฐานของรัฐได้ รวมทั้งมีการย้ายถิ่นฐานบ่อยจนเด็กไม่สามารถเข้าเรียนตามระบบได้
           6. เป็นเด็กที่ด้อยโอกาสเนื่องจากพ่อแม่หรือผู้ปกครองยากจนและไม่สามารถส่งให้เข้ารับบริการการศึกษาขั้นพื้นฐานของรัฐได้
การจัดการเรียนการสอน
           ระดับชั้นระดับช่วงชั้น    
                      กำหนดหลักสูตรเป็น ๓ ช่วงชั้น ตามระดับพัฒนาการของผู้เรียน ดังนี้
                      ช่วงชั้นที่ 1 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1–3
                      ช่วงชั้นที่ 2 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4–6
                      ช่วงชั้นที่ 3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1–3
สาระการเรียนรู้
    1. ระดับก่อนประถมศึกษา จัดประสบการณ์สำคัญเพื่อพัฒนาด้านร่างกาย ด้านอารมณ์และจิตใจ ด้านสังคม และด้านสติปัญญา โดยมีสาระการเรียนรู้ ดังนี้
        1) เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก
        2) เรื่องราวเกียวกับบุคคลและสถานที่แวดล้อมเด็ก
        3) ธรรมชาติรอบตัว
        4) สิ่งต่าง ๆรอบตัวเด็ก
    2. ระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น  กำหนดสาระการเรียนรู้ตามหลักสูตร ซึ่งประกอบด้วย องค์ความรู้ ทักษะหรือกระบวนการการเรียนรู้ และคุณลักษณะหรือค่านิยม คุณธรรม จริยธรรมของผู้เรียนเป็น 8 กลุ่ม ดังนี้
        2.1  ภาษาไทย
        2.2  คณิตศาสตร์
        2.3  วิทยาศาสตร์
        2.4  สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
        2.5  สุขศึกษาและพลศึกษา
        2.6  ศิลปะ
        2.7  การงานอาชีพและเทคโนโลยี
        2.8  ภาษาต่างประเทศ
                      ทั้งนี้ โดยมีนโยบายการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ตามหลักการพัฒนาหลักสูตร ดังนี้
           • พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา โดยพัฒนาจากหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานของกระทรวงศึกษาธิการ
(National Curriculum)
           • ปฏิบัติตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy)
           • บนพื้นฐานพุทธเศรษฐศาสตร์ (Buddhist Economics)
           • การสร้างทักษะของการเป็นผู้ประกอบการ (Social Entrepreneurial Skills)
           • และการพัฒนาอิสรภาพทางปัญญา พัฒนาบุคลิคภาพและคุณภาพชีวิต (Wisdom & Personal Development)
การจัดบขวนการเรียนการสอน
           • ขบวนการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง (Learning by Doing)
           • การมีรายได้ระหว่างเรียน (Earning by Learning)
           • การเรียนรู้จากสภาพจริง (Situation Approach)
           • การแก้ปัญหาในสถานการณ์จริง (Problem Solving-Real Life Situation)
           • การบูรณาการโครงงาน/โครงการศูนย์ความเป็นเลิศ (Centers of Excellence)
           • การสร้างบริษัทจำลองตามโครงการ/ โครงงานละงานอาชีพ (Mini-company)
           • และการเรียนรู้ทักษะชีวิตที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน (Daily-life Skills)
               ทั้งนี้โดยมีเป้าหมาย เพื่อพัฒนาสร้างศูนย์ความเป็นเลิศ (Centers of Excellence) ทางด้านต่างๆ ดังนี้
           1. ด้านการจัดการฟาร์มชีวภาพ – Cent for 0rganic Farming
           2. ด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และเชิงวัฒนธรรม - Center for Cultural Sensitive Tourism
           3. ด้านชีวจิตและสรีระบำบัด- Center for Body & Soul
           4. ด้านมรดกวัฒนธรรมและการพัฒนา– Center for Cultural Heritage & Development
           5. ด้านโภชนาการและสาธารสุข - Center for Health & Nutrition
           6. ด้านการสื่อสารสากล - Center for International Communication
           7. ด้านเทคโนโลยีและหัตถกรรมท้องถิ่น - Center for Technology Ecology & Crafts
                      การดำเนินงานในปัจจุบัน ได้ก่อตั้งโรงเรียนเพื่อชีวิตพังงา (เบลูก้าอุปถัมภ์) หรือ Beluga School for Life Phang Nga ซึ่งเป็นสถานศึกษาสถานศึกษาสงเคราะห์เอกชน 15 (3) ขึ้นอีกหนึ่งแห่งในเขตพื้นที่การศึกษา จังหวัดพังงา ตั้งอยู่เลขที่ 7/5 หมู่บ้านนาใน หมู่ 4  ตำบลทุ่งมะพร้าว อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา เปิดการเรียนการสอนในระดับอนุบาล 1-3 และคาดว่าจะได้สามารถเปิดในระดับประถมศึกษาได้ในปีการศึกษา 2550 นี้
โยธิน  สมโนนนท์


แก้ไขล่าสุด (วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน 2009 เวลา 12:15 น.)